เปิดตำนานยอดขุนโจร!! "เสือขาว" ผู้เคยปิดตลาดปล้นจอมโจรที่มีค่าหัวสูงที่สุดและเชื่อกันว่าเขาสามารถทำสิ่งนี้ได้!!!?
เสือขาว หรือ จำเนียร ศรีม่วง เป็นน้องเขยของเสือแกะ มีชุมโจรอยู่ที่ตำบลไผ่หลิว อำเภอบ้านหมอ จังหวัดสระบุรี มีชีวิจอยู่กับการเสี่ยงภัย จนกลายเป็นเสือขาวผู้มีชื่อสะท้านแผ่นดินผู้สร้างประวัติศาสตร์สะท้านขวัญไปทั่ว
เสือขาวเป็นผู้หนึ่งที่ได้รับการสักน้ำมันงาพรหมจารีย์จากหลวงพ่อโป้ วัดนิรนาม พร้อมทั้งได้ร่ำเรียนวิชาคงกระพันชาตรี กำบังตัวชั่วลมหายใจจนช่ำชองเจนจบ ทั้งมีความตั้งจิตมั่นไม่หวั่นไหวพร้อมทั้งมีสติปัญญาแก้ไขเหตุการณ์เฉพาะหน้าได้ทันท่วงที จึงเกิดความเข้มขลัง หลุดรอดจากการปราบปรามอย่างหนักหน่วงจากเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกครั้ง จนกระทั่งทีเสียงเล่าลือกันว่า เสือขาวหายตัวได้
หลวงพ่อโป้ วัดนิรนาม ได้เทศน์สั่งสอนให้เลิกอาชีพโดยเด็ดขาด อย่าทำความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านเลย ให้ประกอบอาชีพสุจริตเลี้ยงชีวิต จากนั้นเสือขาวรู้สึกสำนึกต่อบาปได้เข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ และติดคุกที่เรือนจำจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ติดคุกได้ไม่นานก็รู้สึกว่าทนไม่ไหว ทรมานทั้งกาย และใจ เหมือนเสือติดจั่นที่สำนึกบาปได้นั้นก็เพียงสำนึกได้เพียงชั่วคราวเท่านั้นเอง จึงวางแผนแหกคุกออกมาได้เป็นผลสำเร็จ
ครั้งหนึ่งเสือขาวได้พาพวกเข้าปล้นชาวบ้าน เสือขาวพลาดท่าถูกยิงเข้าที่ท้องน้อยถึงกับทรุดฮวบ ปรากฏว่าไม่เข้า ปวดๆ แสบๆ เท่านั้น ส่วนลูกสมุนอาการสาหัส เสือขาวได้ล่าถอยออกมา ต่อมาลูกสมุนคนนั้นได้เสียชีวิตระหว่างทาง สำหรับเสือขาวยังมีชีวิตอยู่รอด
เสือขาวเป็นหนึ่งในหัวหน้าจอมโจร 17 คน ปิดตลาดท่าเรือ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อปล้นในเวลากลางวันแสกๆ แบบปิดประตูตีแมว ถ้าสมัยนี้คงไม่โจรที่ไหนกล้าทำ เสือขาวเป็นโจรที่มีค่าตัวในการจับสูงที่สุดในสมัยนั้น ถึง 20,000 บาท (เมื่อปี 2537)เสือขาวเป็นผู้เดียวในโจร 17 คน ที่สามารถหลบหนีและรอดชีวิตจากเจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งตามปราบปรามไล่ล่าอย่าหนักหน่วงไปได้ แต่ใช้ชีวิต หลบๆซ่อนๆ อยู่ไม่นาน เกิดการท้อแท้และเบื่อหน่ายที่จะหลบหนี จึงเดินทางไปหาลุงหลิบ ลือดารา ที่ตำบลคงตะงาว อำเภอดอนพุด จังหวัดสระบุรี ปรึกษาว่าจะขอมอบตัวและขอยืม “ตะกรุดภุชงค์เบญจฤทธิ์” เครื่องรางของขลังของลุงหลิบไปด้วยไว้ป้องกันภัยระหว่างทาง ลุงหลิบก็ได้มอบไปให้ เสือขาวนำตะกรุดภุชงค์เบญจฤทธิ์ ไปใช้อย่างสมบุกสมบันประมาณเกือบปีจึงนำมาคืนลุงหลิบ ในลักษณะที่เป็นตะกรุดหัวขาดหายไป
เสือขาวซึ่งรอดจากการปราบปรามอย่างหนักจากเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกครั้ง ก็หลุดรอดฝ่าวงล้อมออกมาได้ราวปาฏิหาริย์ จนถึงทุกวันนี้ข่าวของเสือขาวก็สาบสูญ ไม่แน่ชัดว่ายังมีชีวิตอยู่หรือไม่หลวงพ่อโป้ วัดนิรนาม ในหมู่เสือนั้น แท้ที่จริงแล้วท่านคือ พระเดชพระคุณเจ้า หลวงพ่อเฮ็น สิริวังโส วัดดอนทอง ตำบลตะงาว อำเภอดอนพุด จังหวัดสระบุรีนั่นเอง
หลวงพ่อเฮ็น ได้บอกกับลูกศิษย์ลูกหาอยู่เสมอก่อนสักให้ผู้ใด ผู้นั้นต้องรักษาศีล 5 อย่างเคร่งครัด และหากภายหลังผู้ใดได้ผิดคำมั่นแล้ว ผู้ใดที่นำไปใช้ในการที่ผิด ผู้นั้นก็ต้องได้รับผลกรรมในสิ่งที่ไม่ดีกลับมาสู่ตัวเองอย่างแน่นอน ดังเรื่องที่ท่านได้อ่านจบไปแล้วนั้น ก็เป็นเพราะผลกรรมที่เขาได้กระทำขึ้นมาเอง
หลวงปู่หล้าเผชิญหน้าเสือขาวขุนโจรชื่อดัง
วันหนึ่งเสือสนิทลูกน้องเสือขาวจะเข้าปล้นบ้านนายโสภา ผาสี ซึ่งมีฐานะดีกว่าใครในหมู่บ้านวังโพรงเข้ และเป็นธรรมเนียมของโจรสมัยเก่า จะเข้าปล้นบ้านใครจะต้องปักป้ายบอกก่อน เมื่อเห็นป้ายประกาศปล้นชาวบ้านต่างพากันตกใจอกสั่นขวัญหาย โดยเฉพาะรายโสภาผู้ที่จะถูกปล้น จะหนีก็ตาย สู้ก็ตายต้องยอมอย่างเดียวจึงพอจะมีทางรอด
นายโสภาจึงเตรียมเงินส่วนหนึ่งไว้ให้โจร ส่วนหนึ่งก็ขุดฝังดินไว้ ขณะที่รอเวลาโจรจะเข้าปล้น ด้วยความหวาดกลัวนายโสภาจึงมานิมนต์หลวงปู่ให้ไปอยู่ที่บ้านเป็นเพื่อน หลวงปู่ก็ไปตามคำนิมนต์
พอพลบค่ำหลวงปู่ก็ให้นายโสภาก่อไฟและพูดว่าเดี๋ยวโจรมันมองไม่เห็นพระ กลัวมันยิงผิดตัว หลวงปู่พูดอย่างอารมณ์ดี ประมาณหนึ่งทุ่มเศษ ๆ เสือสนิทพร้อมสมุนโจรอีก ๗ คน ก็เข้าปล้นบ้านนายโสภา เมื่อมาเห็นพระเสือสนิทไม่พอใจ จึงตะคอกใส่นายโสภา “มึงเอาพระมาทำไม” พร้อมกับยกปืนขึ้นเหนี่ยวไกใส่นายโสภาทันที
แต่ปรากฏว่าปืนไม่ดัง ด้วยความตกใจ นายโสภาจึงกระโดดหลบอยู่ข้างหลังหลวงปู่ ปืนสามสี่กระบอกจากมือโจร จึงถูกยกขึ้นเล็งเป้าหมายไปยังหลวงปู่กับนายโสภาพร้อม ๆ กัน นายโสภาเล่าว่าพวกโจรยกปืนค้างอยู่ประมาณหนึ่งอึดใจ หลวงปู่ก็พูดว่า “ไป ๆ ให้ไกล ๆ”
พอหลวงปู่พูดอย่างนั้นพวกโจรทั้งแปดคนก็เดินถือปืนกลับ ออกจากหมู่บ้านไปโดยไม่พูดจาอะไรเลย นายโสภาจึงรอดจากการถูกปล้นเพราะบารมีหลวงปู่ อีกสี่วันต่อมา เวลาประมาณบ่ายสี่โมงเย็น ขณะที่ชาวบ้านออกมาช่วยกันเลื่อยไม้ ที่วัดเพื่อสร้างกุฏิ หลวงปู่นั่งอยู่บนขอนไม้ใต้ร่มมะขามดูชาวบ้านเลื่อยไม้ ก็มีชายวัยฉกรรจ์สองคนขี่ม้าเข้ามาในวัดและหยุดผูกม้าไว้ที่ต้นก้ามปูห่างจากต้นมะขามที่หลวงปู่นั่งอยู่ประมาณสิบกว่าวา เมื่อผูกม้าแล้วชายสองคนนั้นก็เดินเข้ามาหาหลวงปู่
คนที่เดินตามหลังชาวบ้านจำได้ดีคือเสือสนิท ส่วนคนที่เดินนำหน้าไม่มีใครรู้จัก พอมาถึงหน้าหลวงปู่
คนที่เดินนำหน้าก็ดึงปืนออกจากเอว ยิงใส่หลวงปู่ทันที “แชะ” เมื่อปืนเขาไม่ดังแทนที่เขาจะไม่พอใจ
เขากลับยิ้มอย่างมีความสุข เอาปืนเก็บที่เอวด้านหลังนั่งลงกราบสามครั้งแล้วเดินเข่าเข้ามากอดขาสนทนากับหลวงปู่
“ผมเสือขาวเดินทางมาจากหนองโดน” (หนองโดนสระบุรี) ตั้งใจมากราบท่านอาจารย์โดยเฉพาะ แล้วเสือขาวก็ขอของขลัง หลวงปู่ให้เสือขาวเอาลูกปืนที่ลั่นไกไม่ดังเมื่อสักครู่นี้ ออกมา แล้วหลวงปู่เสกลูกปืนด้าน ลูกดังกล่าวให้เสือขาว และพูดกับเสือขาวว่า “โยมขาวขอของขลังอาตมาก็ให้แล้ว
อาตมาจะขออะไรโยมขาวบ้างได้ไหม”
“ถ้าไม่เกินวิสัยยินดีครับอาจารย์” เสือขาวตอบ หลวงปู่จึงขอว่า “อย่าเบียดเบียนชีวิตคน เรื่องสินทรัพย์อาตมาไม่ขอ เพราะมันเป็นอาชีพของโยม”
“ได้ครับอาจารย์” เสือขาวตอบ “เพราะเป็นสิ่งที่ผมพยายามหลีกเลี่ยงมาโดยตลอด ไม่สุด วิสัยจริง ๆ
ผมจะทำตามที่ท่านอาจารย์ขอ” เสือขาวสนทนากับหลวงปู่ประมาณครึ่งชั่วโมง ก่อนไปเสือขาวให้หลวงปู่เ
